How to teach Phonics (step by step) มาเรียนวิธีสอนโฟนิคกัน🤩

0 Comments

ก่อนที่จะอ่านคำแนะนำแบบทีละขั้นตอนต่อไปนี้ ในการสอนเสียง Phonics น้องๆ หนูๆ ควรอ่านบทความก่อนหน้านี้ในชุดนี้ ซึ่งจะแนะนำน้องๆ เกี่ยวกับหลักการสำคัญ และ วิธีการ 📚︎😃

คุณพ่อ คุณแม่ บางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า “Phonics” คืออะไร ⁉️ จริงๆ แล้ว phonice ก็คือ วิธีการสอนอ่านโดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกับสัญลักษณ์ของเสียง 📣 🔤

เสียงส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการสอนน้องๆ ให้เห็นตัวอักษรแล้วออกเสียง น้องๆ จะได้เรียนตัวอักษร S, A, T, P, I, N ก่อน เพื่อให้น้องๆ สามารถออกเสียงคำได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

โดย phonemes คือเสียง และ graphemes คือ สัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ด้วยตา ซึ่งก็คือ letter หรือ group of letters ที่แสดงถึง single phonemes เมื่อน้องๆ อ่านไปสักระยะจะเริ่มรู้ว่า “เสียงเสียงหนึ่งสามารถแสดงได้ด้วยหลาย graphemes” นั้นเอง 😁 📣 เช่น


oy and oi (ออกเสียง /oi/ เช่น ‘toy’, ‘coin’)
ai, ay, ey (ออกเสียง /ai/ เช่น ‘rain’, ‘day’, ‘they’)
ir, er, ur (ออกเสียง /er/ เช่น ‘dirt’, ‘fern’, ‘turn’)
ow, ou (ออกเสียง /ow/ เช่น ‘cow’, ’round’)
ow, oe (ออกเสียง /oo/ เช่น ‘flow’, ‘toe’)
or, ore, aw (ออกเสียง /or/ เช่น ‘for’, ‘more’, ‘raw’)
air, are (ออกเสียง /air/ เช่น ‘fair’, ‘dare’)
ue, ew (เช่น ‘glue’, ‘flew’)
ie, igh (เช่น ‘pie’, ‘sigh’)

และ “หนึ่ง graphemes สามารถมีได้หลายเสียง” เช่น
ea ใน ‘bead’, ‘bread’
oo ใน ‘food’ (long oo sound), ‘wood’ (short oo sound)
ear ใน ‘bear’, ‘fear’

Chemist กับ Chef ขึ้นต้นด้วย ‘ch’ เหมือนกันแต่คำแรกออกสียง /k/ ส่วนคำหลังออกเสียง /sh/
Snow กับ Now มีตัว ‘ow’ เหมือนกันแต่คำแรกออกเสียง /oa/ ส่วนคำหลังออกเสียง /ou/
Yellow กับ Rainy เสียงตัว ‘y’ ก็ต่างกัน คำแรกออกเสียง /y/ ส่วนคำหลังออกเสียง /ee/

เอาละ เรามาเริ่มสอน Phonics กันแบบ step by step ที่ละขั้นตอนกันเลย น้องๆ ควรเริ่มเรียนรู้วิธีการเขียนอักษรเหล่านี้ โดนการใช้การก่อตัวที่ถูกต้อง เคล็ดลับ : เพลง และ วิดีโอ ที่มีอยู่ใน Youtube ใช่เพื่อช่วยในการออกเสียงตัวอักษร และ สามารถเริ่มเรียนรู้ได้จากตรงนั้นได้ด้วย

Step1: Decoding

เริ่มแรกสุดสำหรับน้องๆ ในการเรียน Phonics คือ การรู้จักเสียงของทุกตัวอักษร (letter sound)

จุดๆ นี้เป็นจุดที่สำคัญที่สุดของการเรียนรู้ phonics กันเลยทีเดียว หาก stpe นี้ยังไม่แข็งแรง หรือ จะไปเริ่ม stpe ถัดไป ห้ามปล่อยผ่านอย่างเด็ดขาด

โดยที่เราอาจจะสอนน้องๆ ให้รู้จัก letter sound เสียงของตัวอักษรได้ ผ่านเพลง, กิจกรรม, หรือเกม ว่าแต่ละตัวอักษรออกเสียงยังไง และ รู้ว่าคำต่างๆ ที่ได้ยินนั้น ออกเสียงเริ่มต้นด้วยตัวอะไร

เป้าหมายในขั้นแรกนี้ก็คือ พอเห็นตัวอักษรหนึ่ง น้องๆ ต้องออกเสียงของตัวอักษรนั้นๆ ได้ซึ่งเรียกว่าการ “Decoding” นั่นเอง

และจะยิ่งดีมากขึ้นด้วย ถ้าเราสอนการเขียน หรือ การสร้างตัวอักษรนั้นๆ รวมถึงการนำตัวอักษรมารวมกันให้ได้เสียงด้วย ซึ่งเราเรียกว่า “Encoding”

โดยในเด็กเล็ก ถ้ายังไม่พร้อมก็ยังไม่ควรเริ่มสอนการจับดินสอ อาจใช้เป็นการใช้นิ้วลากให้เป็นรูปตัวอักษรนั้นๆ บนถาดทรายก่อนก็ได้ คุณพ่อคุณแม่ควรลองเขียนให้ลูกๆ ดูก่อนเเล้วให้เขาได้เขียนตาม

Step2: Blending

น้องๆ ได้รับการสอนวิธีการผสมเสียงแต่ละเสียงเข้าด้วยกันเพื่อพูดทั้งคำ น้องๆ จะเริ่มต้นด้วย CVC (consonant, vowel, consonant) Step นี้จะค่อนข้างยาก และ ใช้เวลานิดนึง น้องๆ จะต้องหัดรวมเสียงของตัวอักษร เพื่อสร้างออกมาเป็นคำ เช่น “cat” แทนที่จะออกเสียงว่า “เคอะ แอะ เทอะ” น้องๆ ก็จะต้องรวมออกมาเป็นคำให้ได้คำว่า “แคท”

Step3: Decoding CVC words

น้องๆ เริ่มต้นการหัดอ่าน CVC word ซึ่งก็คือ three letter word ที่เรียงแบบ consonant-vowel-consonant เช่น dog, cat, man, tap, sit

เคล็ดลับ: ลองใช้ชุดของตัวอักษรแม่เหล็กสำหรับตู้เย็น น้องๆ สามารถจัดชุดคำผสมที่แตกต่างกันของตัวอักษรเพื่อสร้างคำสนุกๆ ให้กับน้องๆ ได้

Step4: Decoding CCVC & CVCC words

คือการเรียนรู้ consonant cluster (การที่นำ consonant มาวางข้างกัน) โดยอาจวางไว้ต้นประโยค (เช่น stay, trap, frog) หรือ ท้ายประโยค (เช่น fast, milk, jump)

ปล. คุณพ่อคุณแม่ควรระวังอย่าสับสน consonant cluster กับ consonant digraph

จุดต่างคือ consonant digraph คือการที่ consonant 2 ตัวอักษรติดกันแล้วเกิดเสียงใหม่ แต่ consonant cluster เราจะได้ยินเสียงเดิมของแต่ละ consonant ทั้งสองตัวอยู่

Step5: Vowel Digraphs

หัดอ่านคำที่เป็น vowel digraph คือการที่ตัวอักษร 2 ตัว (อย่างน้อย 1 ตัวเป็น vowel) ที่วางติดกันแล้วเกิดเสียงใหม่ เช่น /ow/, /oa/, /oo/, /ee/, /ai/ โดยสร้างเป็นคำเช่น deer, hair, boat

และนอกจากนี้ ให้เริ่มสอนเรื่อง ‘magic e’ (หรือเรียกว่า split digraphs) ด้วย ซึ่งก็คือการที่ digraph เช่น ae, ie, oe, ee, ue ถูกแยก โดยมี consonant มาคั่น (a_e, i_e, o_e, e_e, u_e) เช่น

Bite ออกเสียง /b/, /ie/, /t/ แต่ ‘t’ มาคั่นอยู่ระหว่าง ‘i’ กับ ‘e’

Rope ออกเสียง /r/, /oe/, /p/ แต่ ‘p’ มาคั่นอยู่ระหว่าง ‘o’ กับ ‘e’

Lake ออกเสียง /l/, /ae/, /k/ แต่ ‘k’ มาคั่นอยู่ระหว่าง ‘a’ กับ ‘e’

ถ้านำเอา ‘magic e’ มาวางหลัง three-letter word จะเปลี่ยนเสียงเดิมของ vowel ข้างหน้า และจะกลายเป็น long vowel sound แทนที่จะเป็น short vowel sound เช่น rag-rage, hug-huge, pet-pete

บางครั้ง ‘magic e’ จะถูกเรียกเป็น ‘silent e’ เพราะ ‘e’ ที่อยู่ท้ายบางคำอาจไม่ออกเสียง เช่น come

เมื่อน้องๆ มีความมั่นใจกับพื้นฐานพวกเขาจะเริ่มเรียนรู้กราฟเพิ่มเติมพวกเขาจะเรียนรู้ว่าหนึ่งเสียงสามารถแสดงโดย graphemes ที่แตกต่างกัน

Step6: Consonant Digraphs

อย่างที่พูดถึงไปในก่อนหน้านี้ consonant digraph คือการที่ consonant 2 ตัวอักษรติดกันแล้วเกิดเสียงใหม่ เช่น sh, ch, ck, ng

โดยขั้นตอนนี้ให้หัด blending คำที่เป็น consonant digraph เช่น shop, chop, chain, shout

Step7: Trigraph

ให้น้องๆ หัดอ่านคำที่สร้างจาก Trigraph ซึ่งก็คือ single sound ที่เกิดจาก 3 letters เช่น match, sigh, fair, dear

Step8: Tricky Word (common exception words หรือ sight words)

คำในภาษาอังกฤษมีหลายคำที่ไม่เป็นไปตาม phonic rules เช่น ‘was’ ที่ ‘a’ ออกเสียง /o/ และ ‘s’ ออกเสียง /z/

แต่จริงๆ แล้ว ‘a’ ออกเสียง /o/ ก็มีอีกหลายคำ เช่น ‘what’, ‘want’, ‘swan’

และ ‘s’ ที่ออกเสียง /z/ ก็มีหลายคำ เช่น ‘his’, ‘has’

น้องๆ จะต้องค่อยๆ เรียนรู้คำเหล่านี้ผ่านการหัดอ่านบ่อยๆ

Step9: Spelling rules

เมื่อพื้นฐานแน่นแล้วจะเริ่มสอนเรื่องที่ยากขึ้น เช่น

การเติม suffix ที่คำต่างๆ (เช่น -ed, -ing, -er, -est, -ful, -ly, -y, -s, -es, -ment, -ness)

เรื่อง silent letters (เช่น knock, write)

เรื่อง particular endings (เช่น le ใน bottle และ il ใน fossil)

และอื่นๆ อีกมากมาย ที่คุณพ่อคุณแม่คงต้องศึกษากับลูกๆ กันต่อไป 👨👶👩

*****************************

หากคุณพ่อคุณแม่อยากเรียนรู้ Letter sounds, Phonics, Sight words และขั้นตอนการสอนแบบ Step by step สามารถคลิกดูรายละเอียดคอร์สโฟนิคของเราได้ที่เพจ facebook.com และ duphonics.com ตามนี้ได้เลย 👇

https://facebook.com/duphonicsth

https://duphonics.com

*****************************

Add Us on LINE @duphonics

QUEST Editor

สอนสดออนไลน์ LearnSpace IELTS SAT TOEFL GED CU-TEP TU-GET ติดอินเตอร์ 100% เรียนได้ทั้งสดออนไลน์เเละที่สถาบันกับผลงานระดับอินเตอร์ TEL 02-115-0889 LINEID: questclub @questlanguage